เพชฌฆาตร้าย Aspartame

             การมีสุขภาพที่ดีสมัยนี้ทำยากขึ้นทุกวันเลยนะคะ เดินไปไหนมาไหนก็พบเห็นแต่อาหารที่ทำร้ายสุขภาพของเรามากขึ้น มากขึ้น ทุกวัน หลายๆคน หลงผิดกับไปกับการโฆษณาชวนเชื่อ คิดว่าอาหารที่เรากินอยู่นั้น ไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อร่างกายเราเลย นอกเสียจากความเอร็ดอร่อย และอิ่มท้อง ต้องคิดใหม่แล้วละค่ะ ทุกอย่างที่เรารับประทานล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อร่างกายของเราโดยตรง เป็นเรื่องจริงค่ะที่ว่าน้ำตาลไม่ดีต่อสุขภาพแต่น้ำตาลเทียมร้ายแรงกว่าค่ะ น้ำตาลเทียมที่ว่าให้ความหวานน้อย ไร้แคลอรี่ อยากลดความอ้วน กินได้..ไม่อ้วน ไม่มีแคลอรี่ แน่ใจหรอว่าความคิดนั้นถูกต้องแล้ว เลิกเลยค่ะ ไม่เอาแล้วนะคะ การกินแบบเอาแต่ความอร่อย สุขภาพดีเราต้องสร้างเองค่ะ

       Aspartame (สารแอสพาแทม)  คือสารเคมีที่ให้ความหวาน หรือที่เราเรียกกันว่า น้ำตาลเทียมเป็นตัวอันตรายที่ซ่อนอยู่ในอาหารและเครื่องดื่มนานาชนิด สาร Aspartame สามารถเป็นอันตรายถึงชีวิตเราได้ ฉะนั้นการได้ขับล้างสารเคมีที่เป็นอันตรายนี้ (Aspartame) ออกไปจากร่างกายของเราคือเป็นวิธีแก้ที่ดีที่สุด ทำได้โดยการหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำตาลเทียมนั้นเอง

สารแอสพาแทม คือน้ำตาลเทียม ที่ใช้ในอาหารและเครื่องดื่มโดยไม่ต้องเพิ่มปริมาณแคลอรี ผู้คนส่วนใหญ่มักจะเลือกบริโภคอาหารที่มีส่วนผสมของสารAspartame เพราะเชื่อว่าสามารถมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักเพราะมีแคลอรีต่ำ

เหตุผลที่ สารแอสพาแทมสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างรุนแรงนั้นคือ มันสามารถละลายได้ และก็สามารถกระจายไปทั่วร่างกายของเราและสามารถแทรกซึมเข้าไปในเนื้อเยื่อของเราได้อีกเช่นกัน  แตกต่างจากแซกคารีน (Saccharin) ซึ่งสามารถย่อยสลายได้ เพราะระบบย่อยอาหารและการดูดซึมสารอาหารจะสะสมไว้ในร่างกายของเราและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเราในภายหลัง

ว่าแต่สารแอสพาแทมมีอยู่ในไหนกันบ้าง ?? มาดูกันค่ะ

1.  จำพวก ‘เครื่องดื่ม Diet’ ต่างๆ ที่บอกว่าไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล / เครื่องดื่มชูกำลัง

110928035056-diet-coke-horizontal-large-gallery

2. นมชนิดที่บอกว่า ‘หวานน้อย’ สำหรับผู้ที่อยากลดความอ้วน

download

3. เยลลี่

ShotType1_328x328 117340401

4. น้ำตาลชนิดที่ให้ แคลอรี่ต่ำ (Sugar Free)

gty_artifical_sweetners_thg_120612_wmain

5. หมากฝรั่ง

download (1)

อาการต่างๆที่เกิดขึ้นเมื่อได้รับสาร Aspartame

  1. อาการที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเราโดยตรง

ผลกระทบจากการได้รับสารแอสพาแทมมีผลกระทบด้านลบในหลายๆ ด้านเกี่ยวกับระบบอวัยวะภายใน

  • อาการเกี่ยวกับหู จะมีอาการหูอื้อ ได้ยินเสียงก้องอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นอาการที่พบได้บ่อยเมื่อได้รับสาร Aspartame และอาจทำให้สูญเสียระบบการรับรู้ของเสียงได้เหมือนกัน
  • อาการเกี่ยวกับตา สารแอสพาแทมสามารถส่งาผลกระทบด้านลบเกี่ยวกับการมองเห็น โดยเฉพาะการมองเห็นในตอนการคืน มองภาพได้ไม่ชัด และมีอาการปวดตา
  • อาการเกี่ยวกับหน้าอก เกิดการหายใจลำบาก มีไหลเวียนขอรงเลือดลดลง ทำให้เกิดการผิดปกติของการเต้นของหัวใจ อาการเหล่านี้เกิดจากพิษร้ายของสารแอสพาแทมด้วยกันทั้งสิ้น
  • อาการเกี่ยวกับทางเดินอาหาร หลายๆคนมักจะประสบกับอาการปวดท้อง ท้องร่วง (อาจจะมีเลือดออกมาด้วย) ปวด จุก เสียด และท้องอืดเมื่อได้รับสารแอสพาแทม
  1. กระบวนการสร้างและสลายและต่อมไร้ท่อ

กระบวนการสร้าง/สลาย และฮอร์โมน คือเสาหลักของการสร้างพลังงานและการทำงานของร่างกายเรา ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนเพื่อเป็นตัวควบคุมการทำงานในแต่ละระบบของร่างกายเรา

น้ำหนักเพิ่มขึ้นและเบาหวาน คือ ผลกระทบจากการได้รับสารแอสพาแทม รวมไปถึง ผมร่วง ประจำเดือนมาไม่ปกติ ระดูขาวมามากผิดปกติ บางคนอาจจะประสบกับปัญหาน้ำหนักลดและน้ำตาลในเลือดต่ำ

  1. อาการทางระบบประสาท

ระบบประสาท คือ คือระบบที่มีการทำงานอย่างเป็นระเบียบที่สุดแต่เป็นระบบที่อ่อนแอต่อการได้รับสารพิษมาก สารแอสพาแทมสผลกระทบโดยตรงที่ไม่ดีต่อระบบการทำงานของสมอง (ลดไอคิวลงด้วย หรือ ฉลาดน้อยลงนั้นเองล่ะคะ) และยังสามารถกระตุ้นให้เกิดโรคต่างๆ เกิดขึ้นได้อีกด้วย

สารแอสพาแทมสามารถก่อให้เกิดอาการทางระบบประสารทได้หลายอาการ เช่น การสูญเสียความจำ  อาการสับสน ไมเกรน วิงเวียนศีรษะ ง่องแง่ง อาการชัก พูดจาติดอ่าง เกิดอาการเหนื่อยล้าจนเกินปกติ

  1. อาการเกี่ยวกับจิตวิทยา

ปัญหาที่พบเกี่ยวกับจิตวิทยาอันเนื่องมาจาก การได้รับสารแอสพาแทม  รวมไปถึงพฤติกรรมก้าวร้าว โรคซึมเศร้า ร้ายแรงไปกว่านั้นก็ยังมี และยังสามารถส่งผลกระทบเกี่ยวกับระบบความจำของเด็กทารก และอาการเหน็ดเหนื่อย นอนไม่หลับ หวาดกลัวและมีอาการที่หงุดหงิดฉุนเฉียว

เลิกวันนี้เพื่อสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดีกว่าค่ะ 

 

Visit us: www.beyc.co.th

 

Leave Your Reply

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>