BEYC เนอสเซอรี่ระดับอนุบาลที่ใส่ใจเด็กแพ้อาหาร

           ผู้ปกครองหลายท่านอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่าใจกลางกรุงเทพมหานคร ย่าน อารีย์ – สะพานควาย นั้นมีเนอสเซอรี่ระดับอนุบาลที่ดูแลและให้ความสำคัญสำหรับเด็กแพ้อาหารเป็นพิเศษ คือ British Early Years Centre (BEYC) ซึ่งทางเนอสเซอรี่ได้คัดสรรวัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหารสำหรับเด็กสู่เมนูเพื่อสุขภาพและออแกนิคทุกเมนู เนื่องจากเด็กที่แพ้อาหารต้องได้รับการดูแลควบคุมส่วนผสมที่ต้องระวังในอาหารที่รับประทานเข้าไปเป็นพิเศษ เพราะเด็กเล็กยังไม่สามารถควบคุมและหลีกเลี่ยงอาหารที่แพ้ด้วยตนเองได้ ทาง BEYC จึงให้ความสำคัญและเลือกใช้วัตถุดิบในการประกอบอาหารที่สดใหม่ทุกวัน ผู้ปกครองจึงมั่นใจได้ว่าบุตรหลานของท่านที่มีอาการแพ้อาหารบางชนิด เช่น ข้าวสาลี ไข่ นม ถั่ว หรืออาหารชนิดอื่นๆ ที่เป็นปัจจัยทำให้เกิดการแพ้นั้น จะได้รับการดูแลเอาใจใส่ด้านอาหารรายบุคคลอย่างดีที่สุด รวมทั้งได้รับประโยชน์และคุณค่าตามโภชนาการอาหารสำหรับเด็กในทุกมื้ออาหารกลางวัน เพลิดเพลินไปกับความอร่อยแบบออแกนิคในทุกมื้ออาหารว่างอีกด้วย            นอกจากคุณประโยชน์ของอาหารเพื่อสุขภาพของเด็กแล้ว ทาง BEYC ยังให้ความสำคัญในการพัฒนาทักษะต่างๆ ด้วยหลักสูตรที่มีความสมดุล เน้นการเล่นให้เกิดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาเด็กให้พร้อมที่สุดที่จะก้าวเข้าสู่โรงเรียนในระดับการศึกษาต่อไปที่สูงขึ้น ด้วยหลักสูตรการเรียนรู้ที่พร้อมพัฒนาทักษะ7 ด้าน คือ ด้านการสื่อสารโดยเน้นการสื่อสารภาษาอังกฤษ ด้านกายภาพของเด็ก บุคลิกภาพและอารมณ์ ความสามารถในการอ่านออกเขียนได้ ทักษะด้านคิดคำนวณ ด้านศิลปะและความคิดสร้างสรรค์…

Read More

ผื่นคันที่มาพร้อมกับแพมเพิส

  เมื่อลูกต้องสวมแพมเพิสเป็นประจำ แน่นอนว่าความเปียกชื้นและการเสียดสีของผิวเด็กกับแพมเพิสย่อมก่อให้เกิดผดผื่นที่รบกวนลูกตลอดเวลา ผลิตภัณฑ์บางอย่างไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อผิวอันแสนบอบบางของลูก แต่เพราะว่าผิวเด็กมีความอ่อนนุ่มและไวต่อสัมผัส ผิวจึงโดนเสียดสีและเกิดผื่นคันง่าย “ส่วนมากแล้วผื่นคันที่เกิดจากแพมพอส เกิดขึ้นจากการเสียดสีและความเปียกชื้น  เพราะความเปียกชื้นที่เยอะเกินไปจะส่งผลให้ผิวชั้นนอกเกิดการทำร้ายจากนั้นจึงเกิดผื่นแดงและคันได้ง่าย โดยเฉพาะการเสียดสีของผิวแพมเพิสกับผิวอันอ่อนโยนของลูก” กุมารแพทย์ Jennifer Shu กล่าว ผื่นคันที่เกิดจากการสวมแพมเพิส ไม่ได้เป็นอันตรายต่อเด็ก เพียงแต่จะทำให้ลูกรู้สึกรำคาญจากอาการคัน วิธีการดูแลผื่นคันจากการสวมใส่แพมเพิส ผื่นคันจากแพมเพิสมักจะเกิดขึ้นกับเด็กที่อายุ 9 เดือนขึ้นไป เพราะเด็กในวัยนี้จะมีการปัสสาวะมากกว่า ซึ่งจะซึมเข้าไปในแพมเพิสในปริมาณที่เยอะกว่าจึงทำให้ผิวของเด็กเปียกชื้นอยู่ตลอดเวลาการสวมใส่ รวมไปถึงการเริ่มรับประทานอาหารที่เยอะกว่าและอาหารแข็ง ปัสสาวะเปลี่ยนแปลง จึงทำให้เด็กวัยนี้เกิดผื่นคันได้ง่าย โดยปกติแล้ว ผื่นคันจะเกิดขึ้นเมื่อผิวของแพมเพิสสัมผัสกับผิวของเด็ก และมันก็สามารถกระจายไปยังบริเวณอื่นๆ ใกล้เคียงอีกด้วย ในบางกรณี เมื่อผื่นคันเกิดการติดเชื้อ ผิวก็จะเกิดผื่นใสๆ และบวมบริเวณที่มีผื่น ถ้าหากว่าผื่นคันเป็นสีชมพู โดยเฉพาะถ้าหากว่ามีตุ่ม เป็นไปได้ว่าเกิดจากกรติดเชื้อรา ถ้าหากว่ามีการเกิดน้ำหนองนั้นคือมีการติดเชื้อแบคทีเรีย กุมารแพทย์ Jennifer Shu แนะนำให้พบกุมารแพทย์ใกล้บ้าน เพื่อตรวจเช็คอาการที่แน่ชัดเพื่อการรักษาที่ถูกวิธี ในกรณีที่ลูกมีอาการดังนี้ มีอาการเจ็บปวดมากบริเวณที่เกิดผื่นคัน ผื่นสีแดงอ่อนๆ ตุ่ม อาการเรื้อรัง รักษาแล้วยังไม่ดีขึ้น การป้องกันการเกิดผื่นคัน วิธีที่ดีที่สุดที่จะป้องกันการเกิดผื่นคัน คือ การเปลี่ยนแพมเพิสให้ลูกทันทีเมื่อแพมเพิสถูกใช้งาน พ่อแม่ควรเช็คแพมเพิสให้ลูกบ่อยๆ…

Read More

เรื่องที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการเดินเขย่งของเด็ก

จากงานวิจัยเมื่อปี 2012 มากกว่าครึ่งของเด็กที่มีพฤติกรรมการเดินเขย่ง จะหยุดเดินเขย่งไปเองโดยธรรมชาติเมื่อเขาอายุย่างเข้า 5 ขวบ การเดินเขย่งไม่จะส่งผลกระทบใดๆต่อการพัฒนาการหรือระบบประสาทแต่อย่างใด การเดินเขย่งสามารถเกี่ยวข้องกับ สมองพิการ หรือ กล้ามเนื้อเสื่อม กรณีในเด็กที่ไม่ได้มีปัญหาเหล่านี้ เด็กๆเหล่านี้จะถูกจัดอยู่ในกรณีการเดินเขย่งแบบไม่ทราบสาเหตุ **สาเหตุของการเดินเขย่งยังไม่เป็นที่ค้นพบอย่างแน่ชัด นักวิจัยชาวสวีเดนได้บอกว่า เด็กๆจะหยุดเดินเขย่งไปเองเมื่อพวกเขาโตขึ้น งานวิจัย งานวิจัยได้มีผู้ปกครองเข้ามาร่วมมากกว่า 1,400 คน มีการจัดงานวิจัยในเมือง Blekinge Country ในตอนใต้ของประเทศสวีเดน ซึ่งได้มีการตรวจเช็คประจำวันของเด็กอายุ 5.5 ปี จะมีการสอบถามจากพ่อแม่ทีเข้าร่วมเกี่ยวกับการเดินเขย่งของลูก ผลสรุปจากงานวิจัยมีดังนี้ ระยะหนึ่งของเด็ก เกือบ 5 % จะมีพฤติกรรมการเดินเขย่ง เมื่อเขาย่างเข้าสู่วัย 5 ขวบถึง 5 ขวบครึ่ง อาจจะมีบางคนเดินเขย่งอยู่ การเดินเขย่งจะเกิดขึ้นเมื่อเด็กเริ่มเดินด้วยตัวเองได้คล่องแคล่ว เด็กบางคนเริ่มเดินเขย่งในปีแรกของการเดินของเขา ระยะเวลาการเดินเขย่งของเด็กทั่วไปคือ 1-2 ปีก่อนเขาจะเดินปกติ เมื่อเด็กอายุครบ 5ขวบ หรือ 5 ขวบครึ่งแล้ว บางคนอาจจะยังติดเดินเขย่งอยู่ แต่ไม่นานก็จะเดินปกติได้ แต่สำหรับเด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับความจำหรือระบบประสาท เช่น ออทิสซึม…

Read More

การนอนหงายขณะตั้งครรภ์ปลอดภัยหรือไม่

การนอนหงายขณะตั้งครรภ์จะไม่มีอันตรายใดๆ ในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ (ช่วง 3 เดือนแรก) แต่ในช่วงหลังๆ มดลูกของคุณจะหนักขึ้น ฉะนั้นการได้นอนในท่าอื่นจะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น เมื่อคุณนอนหงาย น้ำหนักของมดลูกของคุณจะกดทับเส้นเลือดหลักและไหลกลับไปสู่หัวใจจากส่วนล่างของร่างกาย การนอนหงายนานเกินไปสามารถทำให้คุณรู้สึกวิงเวียนศีรษะได้ มันสามารถส่งผลกระทบไปถึงการไหลเวียนของเลือดและธาตุอาหารในมดลูกและพัฒนาการของทารก ถ้าหากว่าคุณมีโรคประจำตัวเช่น ความดันสูง หรือ เบาหวาน จะมีผลกระทบเกี่ยวกับการรับออกซิเจนและธาตุอาหารของทารก สิ่งที่ดีที่สุดที่คุณสามารถทำได้คือ การนอนตะแคงข้าง หรือการนั่งพิงกับหมอนหรือโซฟา ถ้าหากว่าคุณนอนตะแคงข้าง ควรวางหมอนให้หนุนหลังหรือออดไว้ข้างหน้า การแนบหมอนไว้ระหว่างขาสามารถช่วยให้คุณนอนหลับได้ดีขึ้นด้วย ไม่ต้องตกใจถ้าหากว่าคุณนอนหลับในท่านอนตะแคงข้าง แต่ตื่นนอนมาในท่านอนหงาย มันเป็นเรื่องปกติ ไม่มีผลกระทบใดๆ ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพทารก ถ้าหากคุณรู้สึกตัวในช่วงนอนหลับก็สามารถเปลี่ยนมาเป็นท่านอนตะแคงข้างได้ Visit us:  www.beyc.co.th Resource: www.babycentre.co.uk

Read More

ตั้งครรภ์แฝด ควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

ความรู้สึกระหว่างต้้งครรภ์ทารกแฝด เมื่อคุณรู้ว่าตัวเองกำลังอุ้มท้องทารกแฝดอยู่ ความรู้สึกแรกที่คุณอาจจะได้รับคือความช็อก และอาจจะใช้เวลาซักพักปรับตัวกับเรื่องนี้ คุณอาจจะกังวลว่าคุณจะดูแลพวกเขาในเวลาเดียวกันได้อย่างไร หรือกังวลเกี่ยวกับขั้นตอนการทำคลอดลูกแฝด เมื่อลูกของคุณโตขึ้นก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง คุณอาจจะเหนื่อยได้ง่าย และต้องการพักผ่อนอย่างเพียงพอ ความเหนื่อยจะเพิ่มเป็นสองเท่า และอาจจะทำให้คุณล้าได้ การได้พูดคุยกับแพทย์หรือพยาบาลที่คุณฝากครรภ์ไว้ อาจจะทำให้สบายใจได้  คุณอาจจะต้องเช็คสุขภาพครรภ์บ่อยกว่าการอุ้มท้องแค่ทารกแค่คนเดียว แม่ที่อุ้มท้องทารกแฝดมีแนวโน้มที่จะเหนื่อยล้าหรือเกิดอาการซึมเศร้าขณะตั้งครรภ์และหลังคลอด ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความเสี่ยงอื่นๆร่วมด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะเกิดขึ้นกับคุณ  วิธีที่ดีที่สุดคือการเข้าปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวเรื่องการตั้งครรภ์ทารกแฝดและการดูแลโดยเฉพาะ สามารถช่วยให้คุณเตรียมพร้อมได้ เพื่อให้ตัวคุณแม่เองมีสุขภาพที่แข็งแรงขณะที่ตั้งครรภ์และหลังคลอด พยายามกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพและออกกำลังกายเบาๆ และควรปรึกษาแพทย์ถ้าคุณต้องการจะเปลี่ยนกิจกรรมการออกกำลังกายเมื่อรู้สึกดีขึ้น อาการต่างๆที่มากับการตั้งครรภ์ทารกแฝดจะแย่กว่าการตั้งครรภ์ทารกคนเดียวหรือไม่ แน่นอนว่าคุณอาจจะต้องพบเจอกับอาการเจ็บปวดต่างๆ ถ้าหากว่าคุณอุ้มครรภ์ทารกแฝด แต่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย คลื่นไส้และอาเจียน  สามารถเกิดขึ้นได้บ่อยกว่าสำหรับครรภ์ทารกแฝด ฮอร์โมนที่ผลิตจากเซลล์ของรก(hCG) เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสามารถทำให้เกิดอาการแพ้ท้องได้ คุณอาจจะมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย : ท้องผูก อาการจุกเสียด อาการไม่ย่อย ท้องอืด หลังจากนั้นคุณอาจจะมีอาการปวดหลังและปวดกล้ามเนื้อ เพราะคุณต้องอุ้มท้องที่หนักกว่าอุ้มท้องทารกคนเดียว น้ำหนักจะเพิ่มขึ้นหรือเปล่าถ้าหากว่าคุณกำลังอุ้มท้องทารกแฝดอยู่ ? น้ำหนักของคุณจะเพิ่มขึ้นมากกว่าอุ้มท้องทารกอย่างแน่นอน รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพเพิ่มสารอาหารที่จำเป็นต่อทารกด้วย การรับประทานอาหารที่ดีสามารถช่วยให้ควรมีน้ำหนักตัวที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของทารกด้วย ฉันควรตรวจเช็คครรภ์ก่อนคลอดเป็นพิเศษหรือเปล่า? แน่นอนค่ะ แพทย์ประจำตัวของคุณจะนัดคุณทำการสแกนและการตรวจเช็คครรภ์ก่อนคลอด การนัดหมายเพื่อสแกนและตรวจเช็คขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง : สถานการณ์เร่งด่วน คุณเคยมีโรคแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์มาก่อน กรณีที่ทารกแฝดอยู่ในรกเดียวกัน พวกเขาจะประสบกับภาวะแทรกซ้อนมากกว่าทารกที่อยู่ในรกของตน ความดันโลหิตสูง โรคพิษแห่งครรภ์ระยะก่อนชัก…

Read More

5 วิธีง่ายๆเกี่ยวกับการแปรงฟันสำหรับเด็กๆ

ให้ลูกเลือกแปรงสีฟันเอง คุณให้ลูกเลือกแปรงสีฟันและยาสีฟันหรือเปล่าคะ การให้ลูกได้เลือกของใช้ส่วนตัวของเขาเองจะทำให้เขาอยากใช้มันมากขึ้น สลับกันแปรง ให้เขาได้แปรงฟันให้คุณด้วยถ้าหากคุณต้องการแปรงฟันให้เธอ ให้เขาคุ้นเคยกับแปรงสีฟันด้วยไอเดียที่สนุกสนาน ถ้าเป็นแปรงที่เขาไม่ชอบ คุณสามารถให้เขาได้เล่นกับแปรงที่เขาเลือกไปด้วยกัน  เพื่อให้เขาได้คุ้นเคยกับการจับแปรง เช่นให้เขาได้แปรงฟันให้เจ้าหมีน้อยสักตัวเพื่อให้เขารู้ว่าการแปรงฟันเป็นสิ่งที่จำเป็น  และรู้วิธีการใช้แปรงสีฟันอย่างถูกวิธี จากนั้นคุณสามารถให้เขาหัดใช้ไหมขัดฟันด้วยเมื่อเขาแปรงฟันเองได้แล้ว ทำให้การแปรงฟันเป็นกิจกรรมที่สนุก ตัวอย่างเช่น การแข็งขันกันแปรงฟัน และดูว่าใครสามารถแปรงได้นานกว่ากัน หรือการเล่นเป็นหมอฟันกับลูก ทำให้เขากลัว ถ้าหากว่าเขาไม่ยอมแปรงฟัน คุณสามารถบอกเขาว่า ถ้าไม่แปรงฟันก็จะผุ และหมอฟันก็จะต้องเจาะฟันเพื่อซ้อมแซมส่วนที่สึกหลอ เป็นเรื่องจริงที่น่ากลัว แต่ได้ผล For more information please visit: www.beyc.co.th

Read More

อาการวิงเวียนศรีษะกับการตั้งครรภ์

ทำไมฉันถึงเกิดอาการวิงเวียนศีรษะ ? บางครั้งขึ้นอยู่กับอายุครรภ์ของคุณ ในช่วง 3 เดือนแรก (Trimester) ของการอุ้มท้อง หรือ 6 สัปดาห์ คุณอาจจะรู้สึกวิงเวียนศีรษะและคลื่นไส้ เพราะเมื่อคุณตั้งครรภ์ความดันโลหิตต่ำ เกิดจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงของผู้หญิง ที่ไปทำให้ผนังของหลอดเลือด ส่งผลให้ความดันต่ำ ในช่วง Trimester ที่ 2 และ 3 มดลูกของคุณจะขยายใหญ่ขึ้น ซึ่งทำให้เกิดการทำงานหนักของหลอดเลือด และทำให้คุณรู้สึกวิงเวียนศีรษะ เหตุผลอื่นๆ ที่ทำให้คุณรู้สึกวิงเวียนศีรษะ : ถ้าหากว่าคุณลุกขึ้นยืนเร็วเกินไป เลือดของคุณอาจจะยังไม่วิ่งไปสู่สมอง ควรลุกขึ้นช้าๆ (ความดันเลือดต่ำขณะเปลี่ยนอิริยาบถ) 1 ใน 10 ของผู้ที่ตั้งครรภ์ประสบกับความตันต่ำเมื่อมีการนอนเป็นเวลานานเกินไป การปล่อยให้ท้องว่างเป็นเวลานาน ในช่วงบ่าย ทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำ มีธาตุเหล็กในเลือดต่ำ (ภาวะโลหิตจาง) ถ้าหากคุณอยู่ในสถานที่ที่ร้อนเกินไป อาการวิงเวียนศีรษะเป็นอาการที่ลมาควบคู่กับการตั้งครรภ์อยู่แล้ว  สามารถส่งผลกระทบให้ 75% ของผู้ที่ตั้งครรภ์ประสบกับอาการวิงเวียน ทำอย่างไรให้รู้สึกดีขึ้นจากอาการวิงเวียนศีรษะ ? มันขึ้นอยู่กับว่าอะไรทำให้คุณวิงเวียนศีรษะ แต่สิ่งแรกที่ควรทำเมื่อเกิดอาการคือการนั่งพัก สามารถช่วยให้คุณไม่วูบ ล้มลง และรู้สึกดีขึ้นได้ เมื่อรู้สึกดีขึ้นแล้ว สามารถลุกขึ้นยืนช้าๆ…

Read More

ถึงเวลาที่ลูกควรนอนคนเดียวหรือยัง

สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพ่อแม่สามารถทำได้ตอนนี้คือการให้ทารก นอนในห้องเดียวกับคุณก่อนในช่วง 6 เดือนแรก พ่อแม่สามารถให้ลูกนอนในบนฟูกเล็กๆได้และวางไว้ ใกล้ๆเตียงนอนจนกระทั่งเขาก้าวเข้าสู่เดือนที่ 2 เพราะก่อนหน้านี้ทารกยังไม่ชินกับการนอนห่างจากพ่อแม่ หรือจะเป็นนอนเปลซึ่งสามารถปรับให้สูงและต่ำได้ และวางไว้ใกล้ๆ เตียงนอนเพื่อให้สะดวกต่อการนอนของคุณและทารก รวมถึงในยามที่เขาต้องการความช่วยเหลือ เมื่อคุณพร้อมที่จะแยกให้ลูกนอนในที่นอนเปลคนเดียวได้แล้ว ก็สามารถเริ่มฝึกเขาอย่างช้าๆ เริ่มจากการวางเปลไว้ใกล้ๆ เตียงนอนคุณก่อนและค่อยๆวางให้ห่างออกไปทีละนิดๆ คุณอาจจะพบว่าบางครั้งที่เขาต้องประสบกับอาการหวัดหรือเหนื่อยล้า เขาก็จะไอหรือกรนตลอดทั้งคืนได้เช่นกัน เมื่อคุณสังเกตเห็นว่าลูกเริ่มนอนคนเดียวได้โดยไม่งอแงแล้ว คุณก็สามารถย้ายเขาไปยังห้องนอนอีกห้องหนึ่งได้ อีกวิธีหนึ่งคือ การติดตั้งกล้องวงจร (monitor) ไว้ในห้องนอนเขาและในห้องคุณด้วย เพื่อคอยสังเกตและเพื่อได้ยินเขา ในยามที่เขาต้องการความช่วยเหลือ คุณก็สามารถเข้าไปหาเขาได้ทันเวลา ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก BabyCentre UK

Read More

พัฒนาการของทารกอายุ 5 เดือน

พัฒนาการของทารกอายุ 5 เดือน ลูกจะมีพัฒนาการในเรื่องใดบ้างในเดือนที่ 5 ? ลูกน้อยของคุณเริ่มที่จะแสดงออกเกี่ยวกับสิ่งที่เขาต้องการได้มากขึ้น เขาจะแสดงออกถึงความรักที่เขามีให้คุณโดยการกอด จูบ และยกแขนขึ้นเมื่อเขาอยากให้คุณอุ้มเขา คุณจะเห็นได้ว่าลูกของคุณจะมองคุณด้วยความตั้งใจในขณะที่เขาพูด เขากำลังเรียนรู้เรื่องภาษาอยู่ และเขาสามารถจำชื่อตัวเองได้ถ้าหากว่าคุณเรียกชื่อเขาได้บ่อยๆ ลูกสามารถนั่งเองได้หรือไม่ ? เดือนที่ 5 นี้พัฒนาการร่างกายของเขาพัฒนาได้เร็วๆมาก ถ้าหากว่าคุณวางลูกไว้บนตักคุณ หรือให้บนพื้น เขาสามารถนั่งได้โดยไม่ต้องประคองได้ แต่ไม่นานนัก คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยฝึกให้ลูกนั่งได้โดย จัดขาของเขาให้เป็นรูปตัววี V ซึ่งการนั่งอย่างนี้สามารถช่วยให้เขาทรงตัวได้ดี เมื่อเห็นว่าเขาพอจะทรงตัวได้แล้ว คุณสามารถเอาของเล่นมาวางไว้ตรงหน้าเขา แต่คุณก็ไม่ควรละสายตา พยายามอยู่ใกล้ๆ ช่วยประคองเมื่อเขาล้มตัวได้ ทำไมลูกถึงพูดคำเดิมๆ ซ้ำตลอดเวลา ? ลูกของคุณกำลังฝึกฝนความสามารถด้านภาษาของเขาอยู่ สิ่งที่เขาสามารถทำได้ตอนนี้คือการเป่าปาก หัดออกเสียงด้วยริมฝีปากของเขาเอา พ่อแม่อย่าเพิ่งใจร้อนหรือคาดหวังให้ลูกพูดได้เยอะกว่านี้นะคะ เพราะพัฒนาการทางด้านภาษาของเขาเป็นไปอย่างธรรมชาติค่ะ พัฒนาการทางด้านการมองเห็น ลูกของคุณสามารถจ้องมองสิ่งของเล็กๆได้แล้ว เช่น เมล็ดกรวดบนพื้น เขาสามารถตามสิ่งของเล็กที่เคลื่อนไหวได้แล้ว เช่น ผีเสื้อหรือแมลงปอ ที่ดึงดูดให้ลูกอยากจะไปเล่นด้วย ลูกสามารถจำสิ่งของที่เขาเคยเห็นได้ ถึงแม้เขาจะเห็นได้แค่ครึ่งเดียวก็ตาม ลูกสามารถจำชื่อตัวเองได้หรือไม่เมื่อเขาถูกเรียก? ลูกของคุณสามารถจำชื่อตัวเองได้แล้ว และเมื่อเขาได้ยินใครเรียกชื่อเขา เขาก็อาจจะมองหาเสียงนั้น บางครั้งเขาจะหันไปมองคุณเมื่อคุณเอ่ยถึงเขาให้เพื่อนคุณฟัง ถ้าสังเกตดีๆ…

Read More

พัฒนาการของทารกอายุ 4 เดือน ( 4 month old’s development)

ลูกจะมีพัฒนาการในเรื่องใดบ้างในเดือนที่ 4 ? ลูกน้อยของคุณเริ่มที่จะอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับสิ่งรอบๆตัวเขา พ่อแม่ควรให้โอกาสเขาได้รู้จักสิ่งต่างๆ ด้วยการจับ สัมผัส สิ่งของต่างๆ เขาเริ่มที่จะถูกรบกวนได้ง่ายโดยสิ่งต่างรอบๆ ตัวเขา ฉะนั้นการป้อนข้าวป้อนน้ำเริ่มจะเป็นสิ่งที่ยากขึ้นแล้วหล่ะค่ะ เมื่อพัฒนาการทางด้านการมองของเขาได้พัฒนาแล้ว เขาจึงสามารถรู้จักการแยกแยะของเงาและสีต่างๆ ได้ เช่น สีแดงและสีส้ม แต่ทำไมลูกถึงเริ่มรับประทานอาหารน้อยลง ? ผ่านมาสองถึงสามเดือนแล้ว กระเพาะอาหารของเด็กก็เริ่มจะใหญ่ขึ้น  นั้นหมายความว่าเขาสามารถดื่มนมได้เยอะในหนึ่งมื้อ คุณไม่จำเป็นต้องป้อนให้เขาบ่อยนัก เขาอาจจะดื่มนมแค่ 4 -5 ครั้งต่อวัน แต่น้ำหนักตัวของเขาจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คุณอาจจะสังเกตได้ถึงการสนอกสนใจของเด็กต่อสิ่งเคลื่อนไหวรอบๆตัวเขา จึงทำให้ยากต่อการป้อนอาหารให้เขา ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นที่เห็นเขาตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ รอบๆตัว แต่การให้นมลูก (นมแม่หรือจากขวดนมก็จะกลายเป็นเรื่องยาก) ถ้าหากว่าลูกของคุณถูกรอบกวนได้ง่ายและบ่อยเกินไป อาจจะหาที่เงียบๆ ให้เขาพักสมาธิและดื่มนมก็ดีค่ะ เมื่อไหร่ที่ลูกพร้อมที่จะรับประทานอาหารแข็งได้ ? คุณอยากจะให้ลูกได้รับประทานอาหารขบเขี้ยวแล้วใช่ไหมล่ะค่ะ ช้าก่อน อย่างดีที่สุดสำหรับเดือนนี้คือการป้อนนมแม่ หรือ นมผงก่อน จนกระทั้งเขาย่างเข้าสู่เดือนที่ 6 เมื่อถึงเวลานั้น ลูกของคุณจะได้รับโภชนาที่เขาต้องการจากนมแม่และนมผงหมดแล้ว จะปลอดภัยกว่าถ้าหากว่าคุณรอให้ลูกอายุครบ 6 เดือนก่อนถึงจะให้เขาได้ลองเคี้ยวอาหารแข็ง เพราะอะไร? เขาจะไปหยิบจับเชื้อโรคจากอาหาร เพราะระบบย่อยอาหารของเขายังไม่แข็งแรงพอ มีการตอบสนองที่ไม่ดีต่ออาหาร เพราะระบบภายในของเขายังไม่แข็งแรงพอ การรอให้เขาได้อายุครบ…

Read More