ช่วงนี้ผมมักจะได้เห็นบทความหรือการแสดงความคิดเห็นต่างๆเกี่ยวกับการผลักดันเด็กๆ รวมไปถึงเรื่องที่ว่าเด็กๆควรจะมีอิสระและสนุกกับการใช้ชีวิตในวัยเด็กมากกว่าที่จะถูกบังคับให้เรียน ซึ่งผมก็รู้สึกเห็นด้วยในเรื่องนี้ แต่อย่างไรก็ตามยังมีข้อโต้แย้งหลายๆอย่างและยังมีบทความบางบทความที่ยังไม่เปิดกว้างเกี่ยวกับนิยามของคำว่าผลักดัน การติดตามงานวิจัยที่เกี่ยวกับการศึกษาก็เป็นงานอีกอย่างหนึ่งของผม ในทุกๆวันผมจะได้อ่านบทความเกี่ยวกับการที่เด็กๆถูกผลักดันมากจนเกินไป และพบบางความคิดเห็นจากบางท่านที่ได้อ่านนิตยสารสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่เชื่อว่าเด็กๆไม่ควรจะเข้าโรงเรียนจนกว่าพวกเขาจะมีอายุ 6-7 ปี ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากคนที่ชอบทำตัวให้เหมือนกับว่าพวกเขานั้นรู้มากกว่างานวิจัยและรู้ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับการศึกษา และทุกๆคนต่างก็พูดถึงเรื่องนั้นไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ คุณครู หรือแม้กระทั่งเหล่าคนดังทั้งหลาย และคนเรามักจะทำตามกระแสอย่างรวดเร็วเพื่อพยายามทันตัวให้ทันสมัย แต่ในขณะเดียวกันพวกเขากลับลืมไปว่าสิ่งที่เขากำลังโต้กันอยู่นั้นคือเรื่องอะไร ผมเข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะขัดแย้งกันและฟังดูเหมือนกับว่าผมจะเป็นพวกต้านกระแส แต่ลองมาฟังความคิดเห็นของผมดีกว่า

ประการแรก การที่เราผลักดันให้เด็กๆทำอะไรในสิ่งที่พวกเขาไม่อยากจะทำนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดีเลย นี่ไม่ใช่ข้อโต้แย้งที่ผมสร้างขึ้นมา ผมเพียงต้องการจะบอกว่าเราจำเป็นที่จะต้องแยกให้ออกว่าอะไรคือการผลักดันและอะไรคือการเรียนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ BEYC ได้ยึดถือ การบังคับให้เด็ก 3 ขวบคัดลายมือไม่ได้ช่วยอะไรเลยและสิ่งนี้เป็นสิ่งที่บทความเหล่านั้นพูดถึง สิ่งที่ผมกำลังพูดถึงอยู่คือ เด็กๆเริ่มเรียนรู้ตั้งแต่เกิดซึ่งจริงๆแล้วก็คือพวกเขาเริ่มเรียนรู้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์เสียด้วยซ้ำ การที่เราโกรธเมื่อลูกไม่เก็บของเล่นนั้นไม่ใช่ว่าเรากำลังสอนเขาอยู่หรือ การที่เราสอนให้เด็กๆทานอาหารด้วยตัวเองหรือผูกเชือกรองเท้าด้วยตัวเองไม่ได้แปลว่าเรากำลังสอนพวกเขาอยู่หรือ ความแตกต่างหลักๆระหว่างการเรียนรู้แบบนี้กับการเรียนตามโรงเรียนทั่วไปคือ 1. การเล่นตัวต่อเลโก้นั้นสนุก 2. สิ่งที่น่าเบื่อเช่นการผูกเชือกรองเท้านั้นเป็นสิ่งเล็กๆน้อยๆที่เด็กสามารถทำได้ ดังนั้นถ้าเราสามารถนำแนวคิดของการเรียนแบบนี้และนำมาใช้ในโรงเรียนเพื่อทำให้การเรียนนั้นสนุกและก็ทำให้เรื่องที่น่าเบื่อนั้นสั้นจนเด็กๆไม่รู้สึกถึงมันเด็กๆก็จะอยากมาโรงเรียนเอง

เด็กๆที่นี่ถูกบังคับให้เรียนหรือว่าพวกเขามีความสุขกับการเรียนกันแน่? บทความที่ได้กล่าวว่าเด็กๆนั้นเรียนเร็วเกินไปหรือถูกบังคับให้เรียนเร็วเกินไปนั้นมักจะโฟกัสไปที่อายุและวิธีการสอนแบบดั้งเดิม จนพวกเขาลืมพิจารณาว่าโรงเรียนแต่ละที่มีการเรียนการสอนแบบไหน การหาโรงเรียนที่ทำให้ทุกๆเรื่องเป็นเรื่องที่สนุกสำหรับเด็กๆนั้นได้ยากมาก ซึ่งคุณมักจะเห็นว่าคุณครูและระบบของโรงเรียนนั้นไม่ได้สร้างความท้าทาย แต่เมื่อจะต้องเลือกโรงเรียนให้ลูกและคุณกังวลว่ามันจะเร็วไปหรือไม่ โปรดจำไว้ว่ามันไม่เร็วเกินไปถ้าหากคุณได้พบที่ที่เหมาะสม กิจกรรมทั้งหมดที่โรงเรียน BEYC นั้นมีความสนุกสนานและทำให้การเรียนการสอนนั้นง่ายและสนุกมากขึ้น จะมีบางช่วงที่เด็กๆต้องใช้สมาธิเช่นกันแต่ก็จะเป็นช่วงสั้นๆและเมื่อเด็กๆทำต่อไปไม่ได้แล้วเราก็จะไม่บังคับเด็กๆและเราจะเดินหน้าต่อไป คุณคงจะคิดว่าการทำแบบนี้ได้ผลมั้ย? ลองดูผลที่เราได้รับจากเด็กระดับชั้นYear 1 ด้านล่างนี้ดูสิครับ

 

 

บทความในนิตยสารอีกแบบที่ผมได้เห็นเป็นประจำคือการพูดเกี่ยวกับพัฒนาการในแต่ละช่วงวัยสำหรับเด็กๆซึ่งมันก็มีประโยชน์ในบางส่วน แต่สิ่งที่แปลกก็คือนิตยสารนั้นเป็นนิตยสารเดียวกับที่บอกว่าเราไม่ควรจะบังคับเด็กๆ แล้วคราวนี้เราควรจะผลักดันให้เด็กๆเป็นไปตามพัฒนาการในแต่ละช่วงวัยหรือการผลักดันเด็กๆนั้นไม่ดีต่อเด็กๆ เด็กๆแต่ละคนจะมีพัฒนาการที่แตกต่างกัน การตั้งเป้าหมายให้เด็กตั้งแต่เนิ่นๆนั้นไม่เพียงส่งผลร้ายต่อเด็กที่มีพัฒนาการช้าแต่ยังส่งผลถึงเด็กที่มีพัฒนาการเร็วด้วยเนื่องจากจะทำให้พวกเขาถดถอยเมื่อพวกเขานั้นมีพัฒนาการที่ล้ำหน้าไปแล้ว แต่สิ่งที่พวกเขานั้นล้ำหน้าไปแล้วนั้นคือในเรื่องใด เราวัดจากเด็กส่วนมากหรือดูจากเป้าหมายที่เราตั้งไว้สำหรับเด็ก เด็กอาจจะอยากโตไปเป็นนักอวกาศหรือเป็นนักแต่งเพลงที่มีชื่อเสียงของโลก ซึ่งสิ่งเหล่านั้นจะเป็นแรงผลักดันของเด็กซึ่งทำให้พวกเขาสนุกกับการเรียนและความท้าทายที่มากับการเรียนแต่เรากลับรั้งพวกเขาไว้เพราะเราคิดว่าพวกเขานั้นทำได้ดีพอแล้ว ซึ่งในความเป็นจริงแล้วตารางพัฒนาการในช่วงวัยต่างๆนั้นจะมีความสัมพันธ์ต่อเมื่อคุณรู้สึกว่าเด็กๆนั้นเรียนรู้ได้ช้าหรือมีพัฒนาการที่ช้ามากในบางเรื่อง แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นคุณคิดว่าตารางพัฒนาการในช่วงวัยต่างๆนั้นมีความจำเป็นจริงๆหรือ

ประเด็นหลักที่ผมจะบอกคือพวกคุณน่ะถูกแล้ว การบังคับเด็กๆนั้นไม่ดี และคุณคงไม่อยากจะผลักดันเด็กๆให้พบกับความเบื่อหน่ายหรือมีทัศนคติเชิงลบเกี่ยวกับการเรียน แต่การผลักดันเด็กๆโดยความเต็มใจของเด็กโดยการทำให้แต่ละเรื่องเป็นเรี่องที่สนุกจะทำให้พวกเขามีการเริ่มต้นในชีวิตที่น่าอัศจรรย์ ซึ่งเขาจะรู้สึกขอบคุณคุณสำหรับสิ่งนี้ พยายามอย่าตามกระแสไปกับการชักจูงของบทความเหล่านั้นแล้วลองถอยกลับมาเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับการเรียนรู้ในมุมมองที่แตกต่างออกไปสิครับ

British Early Years Centre is a British International Kindergarten School in Bangkok

 

Leave Your Reply

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>