โลกของเราจะเป็นอย่างไรอีก 20 ปีข้างหน้านะ ?

อืม..เป็นคำถามที่ยากเหมือนกันนะครับ แค่คิดว่าเราจะไปอยู่ที่ไหนในอีก 5 ปีข้างหน้านี้ก็ถือว่ายากแล้ว ยิ่งการเปลี่ยนแปลงทางด้านวิทยาศาสตร์ก็ช่างรวดเร็วเกินที่จะตามได้ทัน และไหนจะมีข่าวกการคุกคามที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน แล้วลูกๆ ของเราจะรับมือกับเรื่องอย่างนี้อย่างไรล่ะ? จะมีสงครามเกิดขึ้นไหมนะ? หรือเราจะถูกบังคับให้อาศัยอยู่ในแค่ซีกโลก? หรือจะมีการจัดการแบบอณานิคมหรือการเดินทางแบบไร้สายแทนการเดินทางโดยเครื่องบิน ? แล้วเราจะมีงานทำกันรึเปล่า ? หรือทุกๆคนจะทำงานด้านเทคโนโลยีกันหมด ? แล้วมนุษย์จะกลายเป็นหุ่นยนต์ และ Michio Kaku จะกลายเป็นผู้นำด้านทฤษฎี รึเปล่า ในการบรรรยายนี้ เขาได้พูดถึงอนาคตที่จะตามมา และสิ่งที่มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นภายในปี 2030 และกับสิ่งที่น่าจะเป็นไปได้นี้แล้วเราจะเตรียมตัวลูกๆกับอนาคตที่จะมาถึงได้อย่างไรในเมื่อเราเองยังไม่เข้าใจตัวเราเองดีที่สุดเลย คำตอบก็น่าจะเป็นว่าเราไม่สามารถทำอะไรได้

robot-01

แล้วการศึกษาเราจะเป็นอย่างไรล่ะ?

ฟังดูแล้ว การใช้ชีวิตของเราจะยากขึ้น แล้วเราจะมีวิธีเตรียมตัวกับลูกให้กับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ยังมาไม่ถึงละ ?  เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เหมือนกว่าสิ่งที่คุณเรียนมาจะกลายเป็นสิ่งที่ล่าสมัยมาก นั้นหมายความว่าสิ่งที่เราเรียนมาจะกลายเป็นสิ่งที่ล่าสมัยในที่สุด ไม่ว่าจะเป็น การอ่าน การเขียน คณิตศาสตร์  ซึ่งทั้งหมดนี้คือรากฐานของการศึกษาที่ดี ที่กำลังจะกลายเป็นแค่ความทรงจำ ครูบาอาจารย์ทั้งหลายก็กำลังจะกลายเป็นแค่ผู้ที่ให้ความสะดวกสำหรับการค้นคว้ามากกว่าเป็นครูตามหลักสูตร

TED talk ของ Sugata Mitra พูดถึงการทดลองชื่อว่า Hole in the wall.  เขาได้เอาเครื่องคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องในชุมชนที่ยากจน ไม่มีครูผู้สอน ไม่มีความช่วยเหลือใดๆ เลย โปรแกรมการใช้งานของเครื่องคอมพิวเตอร์ล้วนเป็นภาษาอังกฤษ และไม่มีเด็กคนไหนพูด อ่านหรือเขียนภาษาอังกฤษได้ ผลลัพธ์ที่ออกมาก็น่าเหลือเชื่อมาก เป็นหนึ่งในการบรรยายที่สร้างแรงบันดารใจได้ดีในเรื่องของปรัชญาการเปลี่ยนแปลง เด็กควรจะรู้จักตั้งคำถาม เรียนรู้ผ่านการเล่น การค้นหาสิ่งใหม่ๆ และอยากที่จะเรียนรู้ต่อไป  และพวกเขาควรจะได้รับความรู้ด้านเทคโนโลยี การออกแบบระบบโปรแกรมการใช้คอมพิวเตอร์และการบำรุงความอยากรู้อยากเห็นซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดของการเรียนรู้ตัวเขาเอง

computers

คณิตศาสตร์จะกลายเป็นภาษาใหม่ของเราหรือเปล่า ?

มันช่างเป็นความคิดที่ฟังดูแย่มากที่วิชาต่างๆ ที่เราเคยเรียนมากำลังจะกลายเป็นวิชาที่ล้าสมัย หลายๆคนเมื่อได้ยินอย่างนี้ก็คงคิดว่าพวกเราช่างใจร้ายเหลือเกินไปหรือเปล่า โดยเฉพาะวิชาดนตรีและศิลปะ ซึ่งเป็นวิชาพื้นฐานเลย  แต่ถ้าหากเราบอกว่า วิชาคณิตศาสตร์ล่ะ? จะเกิดความคิดว่าเราควรจะเสียเวลากับวิชาคณิตศาสตร์ไปทำไมอีก.. .ในเมื่อทุกวันนี้พวกเราใช้สมองในการคิดคิดเลขน้อยมาก เพราะยุคนี้เรามีเทคโนโลยีซึ่งสามารถตอบโจทย์ปัญหาเหล่านี้ให้เราได้หมดแล้ว  หรือไม่ว่าจะจัดการกับชีวิตประจำวันของเราล้วนแต่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างนี้แล้วเราจะเสียเวลาในการสอนหาค่าซัม (sums) ทำไมอีก เราอาจจะเอาเวลาตรงนี้ไปเรียนการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ไม่ดีกว่าหรอ ซึ่งตอนนี้วิชานี้แทบจะกลายเป็นวิชาหลักไปแล้ว ครูผู้สอนเองส่วนมากก็ไม่ได้มีความสามารถกันในเรื่องการสอนคณิตศาสตร์กันมากนัก

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีต่างๆ ก็ไม่ได้หาคำตอบให้กับการคิดเลขได้สมบูรณ์ เพราะยังไงก็แล้วแต่คณิตศาสตร์ก็ยังสำคํญสำหรับทุกๆคนเสมอ แล้วในอีก 20 ปีข้างหน้าล่ะ ? ถ้าหากพวกประเพณีนิยมได้ยินดังนี้คงจะต้องอ่าปากค้างกันเลยทีเดียวในเรื่องการยกเลิกการเรียนคณิตศาสตร์ นึกย้อนไปในยุคก่อนๆ บรรพบุรุษของพวกเราก็คงอ่าปากค้างกันมากแล้วตั้งแต่การยกเลิกการเรียนภาษาลาติน  คณิตศาสตร์อาจจะยังคงอยู่แต่แน่นอนว่าจะต้องมีเครื่องมือเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง เหมือนกับการใช้เครื่องคิดเลขครั้งแรกนั้นแหละครับ “The Future of Learning” เป็นสารคดีสั้นๆ จัดทำโดย GOOD เกี่ยวกับความคิดที่เกี่ยวกับโลกการศึกษาในอนาคต เข้ามาดูกันได้เลยครับ

แล้วต่อไปนี้จะมีอะไรให้เราไว้ได้เรียนรู้กันในหลักสูตรการศึกษาล่ะ?

เป็นอีกคำถามหนึ่งที่ยากจะหาคำตอบได้ โรงเรียนในอนาคตจะยังเป็นเหมือนเดิมอย่างปัจจุบันหรือเปล่า? กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารไม่เพียงแค่อยู่รอดแต่จะเติบโตกว่าเดิม เราจะเห็นแอพลิเคชั่นต่างๆและเกมการศึกษามากมายเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ของเรา การดีไซน์และออกแบบโปรแกรมการเรียนรู้จะกลายเป็นสิ่งที่สำคัญโรงเรียนอนุบาล ในเรื่องวิชาการอ่านเป็นวิชาที่จำเป็นสำหรับชีวิตประจำวันจะยังคงอยู่จนกระทั้งเราได้ทำความเข้าใจในเรื่องนี้อย่างดีก่อนแล้ว อย่างเห็นได้ชัดว่าการเขียนเริ่มจะหายไปทีละนิดๆ ผู้คนนิยมการเขียนหรือบันทึกสิ่งต่างๆ ผ่านเครื่องมือเทคโนโลยี แม้แต่ร้านอาหารอย่างที่เราเห็นกันใช้วิธีการจดออเดอร์ผ่านระบบคอมพิวเตอร์

ในโลกอนาคตช่างยากเกินที่จะทำนายได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป มันจึงจำเป็นมากที่เราจะต้องสอนให้เด็กๆ เห็นถึงความสำคัญเกี่ยวกับการเรียนรู้ด้วยตัวเอง เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่พ่อแม่กลับกลายเป็นผู้ที่ไม่ได้รู้ดีที่สุดเกี่ยวกับลูกๆ เราควรจะฟังลูกๆให้มากกว่านี้หน่อยนะครับ

schools-300x2252013-01-16-10-24-39-1024x1024

British Early Years Centre คือ โรงเรียนอนุบาลนานาชาติในกรุงเทพ ข้อมูลเพิ่มเติม เว็บไซต์

Leave Your Reply

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>